วิเคราะห์เจาะลึก ฟุตบอลโลก
By adminในฟุตบอลโลก 2010 กลุ่มไหนที่คุณว่าอ่อนที่สุดและเก่งที่สุดในรายการนี้ วันนี้เราขอเสนอทีมที่มโดดเด่นและไม่โดดเด่นเท่าไหร่นักในบอลโลก
1 ทีมชาติ แอฟริกา ทุกคนลงความเห็นให้เป็นทีมแจกแต้มในกลุ่มนี้ค่อนข้างแน่ เพราะทั้งทีมมีตัวเก่งแค่ตัวเดียว อีกทั้งผลงานในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านๆ มา มีแต่ทรุดลง ทรุดลง อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลมันลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ดูอย่างในฟุตบอลโลกครั้งก่อน คือปี 2002 ที่ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ในครั้งนั้น เซเนกัล นึ่งในตัวแทนจากแอฟริกา ก็เพิ่งผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก เช่นกัน แต่พวกเขาก็สามารถสร้างผลงานบันลือโลกได้ ด้วยการผ่านรอบแรกไปได้ แบบน่าประทับใจ และหลังจากจบฟุตบอลโลกครั้งนั้น นักเตะเซเนกัล ก็ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
2 อิหร่าน ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย ในระดับเอเชีย พวกเขาคือโคตรทีม แต่ในระดับโลก อิหร่าน ก็ยังคงเป็นแค่ยักษ์ในตะเกียง ที่ยังไม่ได้รับการขัดถูให้ออกมาสู่โลกภายนอก แต่ฟุตบอลโลกหนนี้ อิหร่าน อาจจะได้เปรียบกว่า ฟุตบอลโลก 2 ครั้งที่ผ่านมาของพวกเขา นี่ ฝีเท้านักเตะทีมนี้ไม่ใช่ย่อยนะจะบอกให้ มีตัวแกร่งหลายคนอยู่นะ
3 เม็กซิโก เป็นทีมที่มีการรักษามาตรฐานการเล่นได้ค่อนข้างดี อาจจะไม่โดดเด่นในวังการลูกหนัง แต่ก็แฝงไว้ด้วยศักยภาพ รูปเกมอาจจะเล่นแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ แต่ถ้ามีโอกาสทะลายประตู พวกเขามักไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย ไม่อย่างงั้น ดีกรีทีมอันดับ 4 จากการจัดอันดับของฟีฟ่า คงไม่ได้ ได้มาง่ายๆ แน่
4 โปรตุเกส เป็นตัวเต๋งดเลยนะที่นำมาวิเคราะห์อ่ะ เคยพลิกตกรอบแรกในฟุตบอลโลกหนก่อนมาแล้ว ก็คงนำบทเรียนจาก 4 ปีที่แล้ว มาใช้ให้ เป็นประโยชน์จากบอลโลกหนนี้ได้เป็นอย่างดี ความน่ากลัวของ โปรตุเกส ไม่ได้อยู่ที่ทัพนักเตะเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ตัวกุนซือ ฟิลิปโป้ สโคลารี่ โค้ชที่ 4 ปีก่อน พา บราซิล คว้าแชมป์โลกมาแล้ว พูดง่ายๆ โปรตุเกส ชุดนี้ มีดีทั้งตัวแม่ทัพ และพลทหาร และน่าจะก้าวไปได้ไกล เข้าสู่รอบลึกๆ ขอให้จับตาไว้ แต่อารายก็เกิดขึ้นได้ไม่มีอะไรแน่นอนนะ แต่ถ้าไม่มีพลิกล็อคชนิด ฟ้าผ่าระดับขนไข่เหยียดตรง แล้วล่ะก็ สองทีมที่ผ่านเข้ารอบ ต้องเป็น เม็กซิโก และโปรตุเกส อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น ใครจะได้แชมป์มากกว่า แล้วหนึ่งในนี้จะเป็นแชมป์หรือมันก็ไม่เเน่ ชวิตมันไม่เที่ยง (อนิจัง)

มิถุนายน 11th, 2010 at 4:28 pm
สตุ๊ตการ์ต -vs- เรนเจอร์ส
ผลการพบกันของทั้งสองทีม
สตุ๊ตการ์ต ชนะ เรนเจอร์ส 3-2 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
เรนเจอร์ส ชนะ สตุ๊ตการ์ต 2-1 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
สตุ๊ตการ์ต ชนะ เรนเจอร์ส 1-0 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
เรนเจอร์ส ชนะ สตุ๊ตการ์ต 2-1 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
สถิติน่าสนใจ
*คู่นี้เคยอยู่ร่วมกลุ่มกันมาเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน โดย สตุ๊ตการ์ต ออกสตาร์ทด้วยการแพ้เกมส์เหย้าสองนัดรวดให้กับทั้ง บาร์เซโลน่าและ ลียง ด้วยสกอร์ 2-0 ก่อนมาทุบชนะ เรนเจอร์ส 3-2 พร้อมส่งทีมแกร่งแดนวิสกี้ลงไปรั้งบ๊วยของกลุ่ม ขณะที่ทัพ “เดอะ ไลท์บลูส์” เปิดฉากด้วยชัยชนะเหนือ ลียง ถึง สต๊าด เดอ แชร์กล็องด์ แต่มาแผ่วปลายแพ้ทั้ง บาร์ซ่าและ สตุ๊ตการ์ต ใน 2 เกมถัดมา
*หนล่าสุดที่ทั้งคู่พบกัน ชาร์ลี อดัมและ แบร์รี่ เฟอร์กูสัน ช่วยกันเจาะตาข่าย “ม้าขาว” คนละเม็ด แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ที่ ก๊อบลีบ เดมเลอร์ (สนามเหย้าเดิมของ สตุ๊ตการ์ต) ได้ เพราะ คาเคา, พาเวล พาร์โด้และ ชิเปรียน มาริก้า ช่วยกันซัดคนละประตูให้ สตุ๊ตการ์ต กำชัยไปสุดมัน 3-2
*แต่กลับกันเมื่อย้ายมาดวลกันที่ ไอบร็อกซ์ แม้ สตุ๊ตการ์ต จะขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของ มาริโอ โกเมซ แต่ท้ายที่สุด ชาร์ลี อดัมกับ ฮัตตัน มาช่วยกันยิงพลิกสถานการณ์ให้ เรนเจอร์ส กลับมาเบียดชนะไปได้ 2-1 เช่นกัน
*ขณะที่ฤดูกาล 2003-04 ซึ่งทั้งคู่ตกอยู่ในรอบแบ่งกลุ่มร่วมกัน เรนเจอร์ส เฉือนชัย 2-1 ที่ ไอบร็อกซ์และบุกไปพ่าย สตุ๊ตการ์ต ที่ เยอรมัน 0-1 ทำให้ตลอดการดวลกัน 4 แมตช์ของคู่นี้ ทีมเจ้าบ้านเป็นฝ่ายกำชัยทั้งหมด
สภาพความพร้อมล่าสุด
มาร์คุส บับเบิ้ล เทรนเนอร์ สตุ๊ตการ์ต มั่นอกมั่นใจว่าทีมจะทำผลงานได้ดีกว่า 2 ฤดูกาลก่อน เพราะขุมกำลังของทีมยังเป็นชุดเดิมและพัฒนาขึ้นในเรื่องของประสบการณ์ แต่ความน่าเป็นห่วงสำหรับยอดทีมเมืองเบียร์คือระยะหลังฟอร์มทีมเริ่มแผ่วและไม่ชนะใครมาแล้วถึง 4 เกม
ด้านความพร้อมเกมส์นี้ สตุ๊ตการ์ต จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ลูโดวิช มายิน ฟูลแบ็กจอมเก๋าทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่บาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย นอกจากนั้นทีมต้องรอทดสอบความฟิตของ อเล็กซานเดอร์ เคล็บ เพลย์เมคเกอร์เบลารุสที่มีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและไม่ได้ลงฝึกซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ภายหลังถูกเข็นลงช่วยทั้งทีมชาติและต้นสังกัดมาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางอาการบาดเจ็บ ส่วน มาร์ติน ลานิก เพิ่งผ่าเข่าและคงต้องพักหลายเดือน
สตุ๊ตการ์ต จะมาในระบบ 4-2-2-2 ด่านสุดท้ายส่ง เยนส์ เลห์มันน์ ลงเฝ้าเสา แนวรับส่ง แซร์ดาร์ ทาสซี่ ลงยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ มาติเยอ เดลปิแอร์ มี คริสเตียน แทรชกับ อาร์ตูร์ โบก้า รับบทฟูลแบ็กทั้งสองข้าง แดนกลาง ซามี่ เคดิร่า ขับเคลื่อนเกมส์ร่วมกับ โธมัส ฮิตเซิ่ลสแปร์เกอร์ แนวรุกใช้ โรแบร์โต้ ฮิลแบร์ตและ อเล็กซานเดอร์ เคล็บ สนับสนุนคู่ศูนย์หน้า พาเวล โพเกร้บเนี๊ยคและ ชิเปรียน มาริก้า
วอลเตอร์ สมิธ ผู้จัดการทีม เรนเจอร์ส ยืนยันว่ายังไม่มี 11 ตัวจริงไว้ในใจ แต่ข่าวดีคือนัดนี้สภาพทีมของโคตรบอลแดนวิสกี้ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติม แถมจะได้ เควิน ธอมสัน พ้นโทษแบนจากเกมส์ลีกกลับมาช่วยทีมอีกด้วย
นอกจากนั้น สมิธ ยังส่งชื่อ เฌอโรม โรเต็น อดีตตัวริมเส้นทีมชาติฝรั่งเศสที่ยืมตัวมาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ร่วมอยู่ในทีมต่อไป หลังจากที่ลงประเดิมสนามให้ทีมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วน ไคล์ ลาฟเฟอร์ตี้ (เข่า), มัวริซ เอดู (เข่า), เคิร์ก บรอดฟุต (เท้า) และ แอนดรูว์ ลิตเติ้ล (เอ็นหลังหัวเข่า) หมดสิทธิ์ช่วยทีมแน่นอน เพราะบาดเจ็บ
รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
สตุ๊ตการ์ต (4-2-2-2) : เยนส์ เลห์มันน์ – คริสเตียน แทรช, แซร์ดาร์ ทาสซี่, มาติเยอ เดลปิแอร์, อาร์ตูร์ โบก้า – ซามี่ เคดิร่า, โธมัส ฮิตเซิ่ลสแปร์เกอร์ – โรแบร์โต้ ฮิลแบร์ต, อเล็กซานเดอร์ เคล็บ – พาเวล โพเกร้บเนี๊ยค, ชิเปรียน มาริก้า
เรนเจอร์ส (4-5-1) : อัลเลน แม็คเกรเกอร์ – สตีเว่น วิตเทเกอร์, ม้าดยิด บูเกอร์ร่า, เดวิด เวียร์, ซาซ่า ปาปัค – นาโช่ โนโว่, สตีเว่น เดวิส, เปโดร เมนเดส, เควิน ธอมสัน, สตีเว่น ไนสมิธ – เคนนี่ มิลเลอร์
ผลงานในรอบที่ผ่านมา
สตุ๊ตการ์ต
รอบคัดเลือก เพลย์อ๊อฟ
ชนะ ติมิซัวร่า 2-0 (เยือน)
เสมอ ติมิซัวร่า 0-0 (เหย้า)
เรนเจอร์ส
-ผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ
ฟอร์มเกมส์เหย้าในลีกของ สตุ๊ตการ์ต – แข่ง 2 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ – ได้ 4 เสีย 2 มี 4 แต้ม
ฟอร์มเกมส์เยือนในลีกของ เรนเจอร์ส – แข่ง 2 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ – ได้ 2 เสีย 1 มี 4 แต้ม
ฟอร์ม 5 นัดล่าสุด
สตุ๊ตการ์ต
แพ้ ฮัมบูร์ก 1-3 (เยือน)
เสมอ เนิร์นแบร์ก 0-0 (เหย้า)
เสมอ ติมิซัวร่า 0-0 (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ ลีก
เสมอ ดอร์ทมุนด์ 1-1 (เยือน)
ชนะ ติมิซัวร่า 2-0 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ ลีก
เรนเจอร์ส
เสมอ มาเธอร์เวลล์ 0-0 (เยือน)
ชนะ แฮมิลตัน 4-1 (เหย้า)
ชนะ ฮาร์ทส์ 2-1 (เยือน)
ชนะ ฟัลเคิร์ก 4-1 (เหย้า)
แพ้ ปอร์ทสมัธ 0-2 (เยือน) อุ่นเครื่อง
วิเคราะเกมส์
แน่นอนว่าเกมส์นี้ สตุ๊ตการ์ต จะปรับกลยุทธ์จาก 4-5-1 ที่ไม่ได้ผลในเกมส์พ่าย ฮัมบูร์ก 1-3 กลับมาใช้แผน 4-2-2-2 ตามเดิม ทำให้มีแนวโน้มว่านัดนี้จะได้เห็นพลพรรค “ม้าขาว” เดินหน้าเปิดเกมส์รุกตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีด เพราะ มาร์คุส บับเบิ้ล ต้องการพาทีมเก็บชัยชนะเพื่อกุมความได้เปรียบในฐานะที่เล่นเกมส์เหย้าก่อน
ทว่าจุดที่น่าเป็นห่วงคือระยะหลังฟอร์มของ สตุ๊ตการ์ต ไม่ค่อยดี โดยปัญหาหลักคือแนวรุกที่เคยเป็นจุดแข็งไม่อาจผลิตสกอร์ได้เหมือนเดิม แถมตัวบงการเกมส์อย่าง เคล็บ ยังไม่สมบูรณ์อีก ชั่งน้ำหนักจากปัจจัยต่าง ๆ นอกเหนือจากสภาพแวดล้อมแล้ว ชั่วโมงนี้ สตุ๊ตการ์ต แทบไม่มีอะไรเหนือกว่าผู้มาเยือนเลย เพราะตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา เรนเจอร์ส ดูจะทำผลงานคงเส้นคงวากว่าด้วยซ้ำ
และการที่ วอลเตอร์ สมิธ เตรียมส่งแผงกลางอัดแน่นถึง 5 ตัว ประกอบกับการเล่นแบบบู๊ล้างผลาญตามสไตล์บอลแดนวิสกี้ น่าจะสร้างความลำบากให้กับ สตุ๊ตการ์ต ได้มากพอสมควร โดยแม้ที่ผ่านมา “ไลท์บลูส์” จะเล่นเกมส์เยือนไม่ค่อยดี แต่ด้วยประสบการณ์ในเกมส์ยุโรปที่ไม่เป็นรอง ประกอบกับความมั่นใจจากผลงานที่เป็นรูปเป็นร่างกว่า มองว่าเกมส์นี้ เรนเจอร์ส มีลุ้นบุกมาหยิบหนึ่งแต้มกลับออกไปจาก เมอร์เซเดซ เบนซ์ อารีน่า ได้ หรือหากจะแพ้ก็คงไม่เกินหนึ่งตุง เพราะปูมหลังของคู่นี้มันบ่งบอกเช่นนั้น