Subscribe via RSS

สนามฟุตบอลของเด็กบ้านนอก

By admin

ในต่างจังหวัดหรือที่คนในเมืองเรียกกันว่าบ้านนอกแหล่งที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึงเท่าที่เห็นหรือที่ได้ฟังจากข่าวในทีวีก็ยังคงมีอยู่มากไม่มีสวนสุขภาพไว้ออกกำลังกายเหมือนในเมืองจะมีก็แต่สนามในโรงเรียนเท่านั้นแต่เด็กๆก็ไม่นิยมเข้าไปเล่นกันจะเล่นกันก็ตอนที่ไปเรียนหนังสือและตอนเลิกเรียนเท่านั้นแต่พอกลับบ้านไปพวกเค้าก็จะมีสนามส่วนตัวสนามแห่งนั้นอยู่ที่ข้างบ้านฉันเองค่ะเด็กจะทำสนามขึ้นมาเองเป็นสนามเล็กๆประตูก็เป็นเหล็กเก่าๆที่มีคนบริจาคมาหลังเลิกเรียนตอนค้ำเด็กๆก็จะมารวมตัวกันประมาณ  10   กว่าคนได้ เพื่อที่จะมาเตะฟุตบอลบางวันเตะกันจนดึก  2   ทุ่ม  ถึง   3   ทุ่ม เป็นบางวันดูเค้ามีความสุขและสนานกันมากๆถึงแม้ว่าจะเป็นแค่สนามเล็กๆ   แต่ที่เด็กๆเล่นกลางคืนกันได้ก็เพราะข้างบ้านดิฉันจะมีหลอดไฟและก็จะเปิดไฟให้ตลอดก็จะมีแสงสว่างเพียงพอ   วันนั้นกลับบ้านไปพอดีได้ยินเสียงดังพูดคุยส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนานดังขึ้นก็มองออกไปดูเห็นเด็กๆวัยรุ่นกำลังเล่นฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน

แม่บอกว่าเด็กมันก็มาเล่นกันแบบเป็นประจำทุกวันได้ยินเสียงจนชินแล้วแต่แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่มาเล่นก็มีแต่เพื่อนหลานทั้งนั้นและก็ดีกว่าพวกเค้าไปเล่นที่อื่นๆ  ดีกว่าจะไปกินเหล้า   สูบบุหรี่   และทำเรื่องที่ไร้สาระให้หันมาเล่นกีฬานะดีแล้ว  แต่ก็น่าเสียดายที่สนามน่าจะดีและได้มาตรฐานกว่านี้ถึงแม้จะเป็นบ้านนอกก็น่าจะมีสนามกีฬาประจำหมู่บ้านหรือสถานที่ออกกำลังกายให้แก่เยาวชนและ ชาวบ้าน   อย่างน้อยจะได้เป็นการปลูกฝังให้เด็กๆรุ่นหลังได้รู้จักการออกกำลังกายและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายจะได้ไม่มีเวลาไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดคุณคิดเหมือนกันไมค่ะ

ซึ่งดิฉันเห็นเด็กเล่นกีฬาแล้วก็มานึกดูว่าไม่ว่าจะเป็นสนามเล็กหรือใหญ่ก็ไม่สำคัญ  แต่เด็กๆก็เต็มใจที่จะเล่นและพอใจในสิ่งที่ตนมีและวันที่เห็นพวกเค้าเตะฟุตบอลอยู่นั้นฝนก็ตกลงมาพอดีแต่พวกเค้าก็ยังคงเล่นกันอยู่ไม่เลิกยิ่งสนุกสนานกันใหญ่มีทั้งน้ำโคนเด็กก็ยิ่งหยอกล้อกันสนุกสนานกันมองแล้วดูท่าทางมีความสุขนี่ล่ะค่ะเด็กๆส่งเสียงเชียร์กันเสียงดังมากขนาดค้ำจนมืดเด็กก็ยังเล่นกันอยู่เพราะข้างๆบ้านจะมีไฟที่แม่ติดเอาไว้เพื่อให้แสงสว่าง  เพราะว่าเด็กๆที่มาเล่นก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลเป็นลูกหลานแถวนั้นที่รู้จักกันหมด นี่ละค่ะคือการดำรงชีวิตของเด็กบ้านนอกไม่มีอะไรมากไม่ต้องมีสถานที่ดีๆหรูๆก็สามารถออกกำลังกายได้คนในเมืองควรที่จะเอาตัวอย่างแล้วเด็กๆพวกนี้นะค่ะ  

ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้หาดูแบบนี้ไม่ค่อยมีแล้ว  จะมีก็แถวบ้านนอกแบบนี้ล่ะเพราะเด็กวัยรุ่นเดี่ยวนี้หันมาเล่นเกมส์และเที่ยวมากกว่าที่จะมารวมกลุ่มกันทำเรื่องอะไรดีๆแบบนี้  เพราะเท่าที่เห็นเด็กในเมืองจะมีสถานที่เที่ยวเยอะสถานที่เหล่านั้นจึงเป็นสิ่งดึงดูดให้เด็กๆอยากไป   แต่เด็กบ้านนอกที่เที่ยวก็ไม่ค่อยมีไม่มีสิ่งอื่นๆที่คอยดูดใจมีแต่เพื่อนๆหมู่บ้านเดียวกันเพื่อนพากันมาเล่นกีฬาก็เลยมาเล่นตามกันแต่นั้นก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะเด็กยังดีที่ชักชวนกันมาเล่นกีฬา  แต่พวกคุณลองคิดดูซิค่ะถ้าเยาวชนเหล่านี้มีสถานที่ดีๆไว้เล่นกีฬาก็คงดีกว่านี้เด็กจะได้แสดงออกอย่างเต็มที่  บางทีถ้าฝึกซ้อมดีๆบ่อยครั้งอาจจะได้เป็นนักกีฬาจริงๆก็ได้  เพราะเด็กบางคุณก็ยังฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติหรือนักกีฬาฟุตบอลระดับโลกที่พวกเค้าเห็นในทีวีเพราะดิฉันยเห็นเด็กๆคุยกันถึงเรื่องฟุตบอลอยู่บ่อยๆต่างก็ต่างมีนักฟุตบอลที่ชื่นชอบเวลาก็จะสมมุติตัวเองว่าเป็นนักฟุตบอลคนโน้นคนนี้ตามเรื่องตามราวตามความใฝ่ฝัน  แต่ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ก็ยากที่เยาวชนเหล่านี้จะทำตามฝันได้ก่อนอื่นก็ยากให้เด็กๆมีสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานกว่านี้คุณว่าจริงไหมค่ะ

ลิเวอร์พูล ปะทะ อาร์เซนอลใครจะชนะ

By admin

ฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลของประเทศไหนก็ตามต่างก็มีฟอร์มการเล่นที่แตกต่างกันออกไป  แต่ฟอร์มการเล่นและการทำประตูนั้นจะเป็นที่ดึงดูดใจและทำให้คนดูต้องติดตามอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวของผู้เล่นเอง  และผู้เล่นนั้นต้องไม่ทำให้คนดูต้องผิดหวังบ่อยๆ ด้วย  เหมือนอย่างเช่นทีมฟุตบอลไทยนั้นก็เป็นสโมสร เพราะว่าเป็นอาชีพแล้ว ฟุตบอลในปัจจุบันนี้เป็นอาชีพ  เมื่อเข้าสู่อาชีพฟุตบอลแล้วก็ย่อมมีเงินเดือน แต่ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเงินเดือนของแต่ละคนนั้น ได้เท่ากันหรือไม่หรือแล้วแต่ฝีเท้าของแต่ละคนกันแน่

                ซึ่งในทีมของยุโรปและมาดังในบ้านของเรานั้นคงหนีไม่พ้นทีมดัง ๆ อย่างลิเวอร์พูล  และอาร์เซนอล  ทุกคนต้องร้องอ๋อ  นั่งอ้าปากค้าง และหัวเราะว่า ฉันจะไม่รู้จักสองทีมนี้ได้อย่างไร  ทั้งสองทีมนี้ฟอร์มการเล่นดีทั้งคู่ และก็มีแฟนคลับอยู่ในประเทศไทยทั้งคู่  ใครไม่รู้จักก็บ้าแล้ว  ฉันก็ว่าอย่างนั้น ขนาดฉันเองเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจกีฬายังรู้จักทั้งสองทีมนี้เลย  และก็เห็นข่าวในโทรทัศน์ออกอยู่บ่อย  ๆ   ฉันเคยสังเกตนะ ว่าถ้าหากทีมดัง ๆ ของต่างประเทศแข่งและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปแข่งนะ  ถนนของบ้านเราจะโล่งแบบเหมือนไม่มีรถวิ่งเลย ตอนที่ฉันกลับบ้านฉันก็เอะใจว่าทำไมถนนถึงได้โล่งอย่างนี้  แต่พอกลับมาถึงบ้านก็ต้องร้อง อ๋อ  นั่งดูบอลกันเองเหรอ ขนาดแท็กซี่เอง ยังไม่อยากวิ่ง บอกว่าขอดูบอลก่อนได้มั้ยครับ  ดูสิความบ้าของคนเรานี่จริง ๆ นะ  ต้องได้ยินเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน  ฉันถึงว่าการที่คนเรานั้นสนใจอะไรมากมายนั้น ย่อมดี  แต่อย่าให้มากเกินไปจนเสียงานเสียการก็แล้วกันนะค่ะ  ตอนที่ลิเวอร์พูลแข่งกับอะไรไม่รู้ฉันจำไม่ได้ แล้วมีการถ่ายทอดสด  รู้มั้ยค่ะ ฉันเห็นบางคนแต่งหน้าใส่ชุดที่บอกว่าเป็นสัญลักษณ์ของลิเวอร์พูล  และคงบอกว่านี่แระทีมโปรดของฉันฉันจะเชียร์ ไม่ว่ารูปแบบไหนก็ตาม และก็ไม่ใช่คนเดียวด้วยนะค่ะ  หลายคนเลย  พูดง่ายๆ  ว่ามากันเป็นชมรม โดยเฉพาะจุดที่เค้าถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมได้นั้น  นั่นแระตัวดีเหมือนเป็นจุดรวมของแฟนบอลที่ชอบทีมต่าง ๆ เลย ทำให้ร้านอาหารขายดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ย  ทีมอาร์เซนอลก็เช่นเดียวกัน มีแฟนบอลออกมาทำสีผม แต่งหน้าแต่งตัว เป็นสัญลักษณ์ของทีม  และก็ไม่ต่างอะไรกับทีมลิเวอร์พูลที่แข่ง ถนนโล่งเช่นกัน

                เราลองมาคิดดูนะค่ะ ถ้าสองทีมดัง อย่างลิเวอร์พูลและอาร์เซนอลนั้นแข่งกันอะไรจะเกิดขึ้นกับคนดู  รับรองได้เลยว่าถนนจะโล่ง ไปไหนก็จะเห็นแต่สัญลักษณ์ของทั้งสองทีมตามร้านที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันแน่นอน การแข่งขันนั้น จะสนุกขนาดไหน เพราะว่าแฟนคลับของทั้งสองทีมในประเทศไทยก็มีมากไม่ใช่น้อยเลย  อยากจะรู้ว่าเกมการแข่งขันเป็นอย่างไร คนดูก็คงต้องลุ้นกับแบบหายใจไม่ทั่วท้องแน่ๆ  การที่คนเรานั้นจะเชียร์ทีมใดทีมหนึ่งก็อย่าให้จริงจังกันมากนะค่ะ  ทีมไหนจะชนะก็ต้องอยู่ที่ความพร้อมของทีม ณ ขณะนั้น  บางทีเราอาจจะมองว่าทีมนั้นดีมาก ๆ และฟอร์มการเล่นไม่เคยแพ้ใครมาเลย  ตลอด  ทีมนั้นต้องชนะแน่ แล้วเรามั่นใจสูง  แต่พอทีมนั้นแพ้ในวันนั้นแล้วทำให้หัวเสีย  ต้องร้องโวยวาย ไม่ยอมอย่างนั้นไม่ยอมอย่างนี้ อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลยค่ะ  ไม่มีทีมฟุตบอลไหนที่จะชนะตลอดกาลได้หรอกค่ะ  สักวันก็ต้องแพ้ แต่จะแพ้วันไหนก็แล้วแต่ แล้วก็ไม่มีทางแพ้ตลอดกาลเช่นเดียวกันค่ะ  เราเองก็ต้องทำใจกับฟุตบอล มันเป็นเพียงแค่ลูกกลม ๆ ไม่ต้องกังวลอะไรกันมากนักในการเชียร์ทีมฟุตบอลในดวงใจของเรา เพียงแต่ว่าเราเองต้องคิดอย่างหนึ่งว่า กีฬานั้นก็ต้องมีแพ้มีชนะ เพียงแต่ว่าคนดูอย่าตีกันเองเป็นใช้ได้ เราเป็นคนมีวัฒนธรรมต้องไม่ตีกันเองนะค่ะ  แล้วจะทให้ประเทศของเราดูดีในการเชียร์กีฬาทุกประเภท  เราต้องคอยลุ้นคอยเชียร์อยู่ดีว่าการเล่นของทั้งสองทีมที่เจอกันนี้ใครจะเป็นผุ้ชนะ และในเกมการแข่งขันนั้นก็ต้องเล่นได้อย่างสนุกแน่นอน เพราะเป็นทีมดังด้วยกันทั้งคู่  ตัวเล่นที่สำคัญ ๆ จะทำประตูได้มากน้อยแค่ไหนเราก็ต้องลุ้นกันว่าจะชนะหรือเสมอ หากเสมอจะเสมอเท่าไหร่ หากชนะจะชนะเท่าไหร่  และการเล่นวันนั้นนั้นจะมีอุปสรรคอะไรบ้างหรือเปล่าก็ต้องคอยลุ้นกันว่าอุปสรรคเหล่นั้นจะพังทลายลงไปได้มั้ยและทำให้เกมการเล่นในวันนั้นสนุก เราต้องลุ้นกันนะค่ะว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร

ประสบการณ์กับการเล่นบาสเก็ตบอล

By admin

บาสเก็ตบอลเป็นกีฬาที่ผมชอบเล่นมากจากการที่ผมเคยได้แต่เฝ้ามองจากริมสนามหรือขอบสนาม จากที่พี่ชายของผมชอบเล่น ในสมัยเด็กๆนั้น ผมชอบติดสอยห้อยตามพี่ไปนั่งเล่นนั่งดูแถวบนอัฒจรรย์บ่อยๆ ถึงอย่างนั้นตัวผมเองก็ไม่สามารถลงไปเล่นด้วยได้เพราะมีแต่เด็กโตๆตัวใหญ่ๆสูงๆเต็มไปหมด ซึ่งเด็กรุ่นเดียวกับผมนั้น ก็ไปเล่นพวกเครื่องเล่นอย่างชิงช้า ม้าหมุน ก่อกองทรายซะมากกว่า ส่วนผมกลับชอบนั่งมองการแข่งขันเดิมพันกันของพวกเด็กโตๆกันซะมากกว่า ที่หากทีมไหนแพ้ก็จะมีเกมส์ลงทัณฑ์อย่างให้วิ่งรอบสนามพร้อมตะโกนเสียงดัง หรือดันพื้น เป็นบทลงโทษที่ดูสนุกสนาน และน่าขบขันสำหรับผู้ชนะ พี่ชายผมนั้นจัดว่าเป็นคนที่เล่นบาสเก็ตบอลเก่งมากคนหนึ่ง เลยก็ว่าได้ พี่ชายผมตัวสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับผมก็ประมาณ เสาไฟฟ้า กับ รั้วไม้ ประมาณนั้นเลย

 แต่ถึงอย่างนั้นผมเองก็อยากลงไปเล่นบาสเกตบอลกับพวกเด็กตัวโตๆด้วยเช่นกัน ซึ่งเวลาที่พวกเด็กโตๆนั้น นั่งพักกันผมก็มักจะยืมลูกบาสของพี่มาหัดโยนใส่ห่วงที่อยู่สูงลิบลิ่ว สำหรับผมแล้วแป้นบาสนั้นทั้งใหญ่และสูงราวกับกำแพงสูงใหญ่ ที่ผมหวังว่าซักวันผมจะสามารถโยนลูกบาสหนังในมือให้เข้าห่วงให้ได้ แต่ในความคิดลึกๆของผมแล้วไม่ได้ต้องการแค่จะชูตลูกบาสให้เข้าเท่านั้น แต่ยังต้องการที่จะกระโดดดังค์ลูกลงห่วงและห้อยตัวโหนตัวอยู่กับห่วงของแป้นบาสแล้วมองลงไปยังอัฒจรรย์ คงเป็นความรู้สึกที่ดีมากสำหรับคนที่ตัวเตี้ยไม่ค่อยสูงอย่างผม ซึ่งในการหัดเล่นของผมนั้นตอนแรกๆก็แค่หัดเลี้ยงลูกตบลูกบาสกับพื้นแล้วค่อยๆ ลองหัดเลียนแบบท่าทางวิธีการชู๊ตลูกบาสของพี่ผมและ เพื่อนๆ พี่คนหนึ่งในกลุ่มก็สอนผมว่าทริกในหารโยนลูกให้ได้สูงและไกลให้ใช้การสะบัดข้อมือช่วยในการส่งลูก พี่ชายคนนั้นช่วยผมหลายๆอย่างทั้งการปรับแก้ท่าทางในการชู๊ตลูกให้ถูกต้อง การย่อตัวเล็กน้อยก่อนการกระโดด การพุ่งตัวไปข้างหน้า และเพราะผมเองก็รักและสนใจในการเล่นบาสอยู่แล้วทำให้การเรียนรู้จากการเฝ้ามองและมีครูสอนที่ดีทำให้ฝีมือในการเล่นของผมพัฒนาไปเร็วมาก จนในที่สุดผมก็สามารถลงแข่งเล่นกับพวกพี่ๆที่ตัวใหญ่กว่าในสนามได้ถึงแม้ว่าอายุจะห่างชั้นกันหลายปีมาก แต่ด้วยความแม่นยำในการชู๊ตลูกที่ทุกๆคนยอมรับว่าแม่นยำและทำคะแนนได้แม้กระทั่งในระยะสามแต้มหรือนอกครึ่งวงกลมที่ชู๊ตได้ยากมากผมก็ยังสามารถส่งลูกเข้าห่วงได้

พวกพี่ๆต่างชื่นชมผมที่สามารถชู้ตลูกได้ดีแต่ไม่ว่ายังไงผมก็ยังมีความหวังลึกๆในใจอยู่ที่ซักวันอยากจะดังค์ลูกให้ได้ซักครั้งในชีวิต อย่างที่ผมเคยเห็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลดังๆ อย่างไมเคิลจอร์แดน แต่ถ้าเป็นผมในตอนนั้นก็คงจะไม่มีทางแม้กระทั่งจะแตะขอบของแป้นบาสซะด้วยซ้ำที่ผมเคยเห็นทางโทรทัศน์นั้นมีทั้งการดังค์แบบคู่แข่งกระเด็นไป เหมือนกับว่าใช้ทั้งแรงกายและแรงใจกดดันคู่แข่งจนถอยหลังไปเองโดยไม่รู้ตัวซึ่งแต่ละอย่างที่ผมได้เห็นนั้นล้วนเป็นความใฝ่ฝันของผมทั้งนั้นมีทั้งที่ชู๊ตลูกติดต่อกันในแถวนอกของครึ่งวงกลมในระยะสามแต้มที่สามารถชู๊ตได้ลงทุกลูกจากทุกจุดทุกมุม ดังค์จากด้านหลัง สแลมดังค์ สปินดังค์ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งผมคิดว่าลูกดังค์น่าจะทำคะแนนได้มากกว่าลูกชู๊ตซะอีก ถ้าลูกชู๊ตทำคะแนนได้สามคะแนนแล้วละก็สำหรับผมลูกดังค์ควรจะได้ซักร้อยคะแนนด้วยซ้ำไป จากความชอบของผมก็กลายเป็นงานอดิเรกจากงานอดิเรกก็กลายมาเป็นชมรมและสุดท้ายแล้วผมก็ได้มาเป็นประธานชมรมบาสของโรงเรียนสู่การแข่งระดับเขต และระดับจังหวัด สุดท้ายแล้วผมก็หยุดลงอยู่ที่ระดับจังหวัด เพราะการเล่นระดับเขตกับระดับจังหวัดนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสอนให้ร่าต่อให้นักกีฬาที่เก่งแค่ไหนแต่ถ้าทีมไม่สามารถส่งเสริมหรือช่วยอะไรไม่ได้เลยก็จบเช่นกัน ชีวิตนักกีฬาบาสของผมจบลงที่การถูกหามส่งออกนอกสนามด้วยอุบัติเหตุที่ใครๆต่างก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น

กีฬากับการออกกำลังกายเบาๆ

By admin

ปัจจุบันในยุคชั่วโมงแห่งการเร่งด่วนตามสังคมโลกาวิวัฒน์ในสมัยนี้ใครๆต่างก็เร่งรีบแข่งกับเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งนอนหลับคนเราจำเป็นต้องแข่งกับเวลาเสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงเช้าตั้งแต่ตื่นนอนมาก็ต้องแข่งกับเวลารีบตื่นขึ้นมาอย่างเร่งรีบอาบน้ำแปรงฟันเพื่อทำเวลาออกมาจากบ้านให้เร็วที่สุดก่อนจะถึงช่วงเวลาที่รถติด ในช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงเวลาที่รถติด และรีบไปทำงานตอกบัตรเข้างานแต่เช้า ทุกเวลาของคนเราจึงต้องแข่งกับเวลาเสมอจนกระทั่งทำให้ลืมเอาใจใส่ร่างกายของตัวเองในการออกกำลังกาย ทุกวันนี้ผู้คนต่างละเลยการออกกำลังกายทำให้ร่างกายอ่อนแอและเป็นที่มาของโรคร้ายและสุขภาพที่เสื่อมโทรม ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่าย แต่ก็มีกลุ่มคนที่เอาใจใส่ต่อสุขภาพและร่างกายอยู่บ้างแต่ก็ยังต้องใช้เวลาและสถานที่ในการออกกำลังกาย บางคนอาจจะเลือกไปออกกำลังกายตามฟิตเนส ที่มีเครื่องออกกำลังกายมากมายแต่ก็ต้องแลกกับค่าสมาชิกที่ค่อนข้างแพงแต่ก็ได้มาซึ่งความเป็นส่วนตัวในการ ออกกำลังกายและสามารถสนุกสนานกับเครื่องออกกำลังกายหลายๆรูปแบบได้
เช่นวิ่งบนสายพาน ยกเวจ ยกน้ำหนัก ดึงข้อ และอื่นๆ ซึ่งอาจจะมีบริการเสริมอย่างอื่นด้วยเช่น ห้องซาวน่า หรือ โยคะ ซึ่งก็เป็นการออกกำลังกายทางหนึ่งที่ดีนอกจากยืดเส้นสายผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการทำงานหนักมาทั้งวันแล้วยังช่วยให้โลหิตและระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นเป็นการกระตุ้นร่างกาย และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จากการเหนื่อยล้าจากที่ทำงานทางหนึ่งที่ดี นอกจากนี้การออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่งที่เป็นที่นิยมก็คือการออกกำลังกายเบาๆอย่างการรำมวยไทเก๊ก หรือการเคลื่อนไหวช้าๆด้วยท่าทางที่สมดุลย์ แต่ผ่อนคลายที่ช่วยส่งเสริมทั้งร่างกายและจิตใจ และการออกกำลังกายอย่างแอโรบิคแดนซ์ที่ช่วยเรียกเหงื่อจากการออกกำลังกายเบาๆจากการเต้นตามจังหวะและทำนองเพลง นอกจากนี้ยังมีการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา อย่างเช่นบาสเกตบอล ฟุตซอล ตะกร้อ ซึ่งก็แล้วแต่ละสถานที่จะอำนวย แต่การออกกำลังกายนั้นไม่ได้จำกัดความว่าต้องเล่นกีฬาหรือประกอบกิจกรรมใดๆที่ต้องใช้แรงจำนวนมากเท่านั้น แต่การออกกำลังที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งก็คือการทำงานบ้านเป็นการทำความสะอาดและได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วยเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือได้ทั้งทำงานและได้ออกกำลังกายไปด้วยในตัว การออกกำลังกายไม่ควรที่จะทำหักโหมเกินตัวจนร่างกายได้รับบาดเจ็บเพราะการออกกำลังกายที่ดีนั้นไม่ได้เน้นที่จำนวนหรือปริมาณครั้งแต่อยู่ที่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกๆวันอย่างต่อเนื่องวันละ หนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ถือว่าเพียงพอแล้วนอกจากนี้การออกกำลังกายไม่ควรจะออกแรงหรือใส่แรงเฉพาะส่วนมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บเฉพาะส่วนของร่างกายได้ เช่นหัวเข่าเสื่อม และอื่นๆอีกเป็นต้น การออกกำลังกายที่ดี ควรทำในปริมาณที่พอเหมาะพอควร ไม่ทำมากเกินไปแต่ต้องขยันทำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกๆวัน
ขอเพียงแค่สละเวลาซักสิบถึงยี่สิบนาที ในการออกกำลังกายเบาๆอย่างเช่น เต้นควบคุมจังหวะการหายใจในการหายใจ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และเวลาที่ออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอและเป็นประจำ การออกกำลังกายจึงนับว่าเป็นการเล่นกีฬาอย่างหนึ่งที่สมควรทำทุกๆวันและทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีอันจะนำมาซึ่งความสมบูรณ์พูนสุขในการทำงานและมีสุขภาพจิตและร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ กินอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบหมู่ ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ นอนหลับให้เต็มที่และหมั่นทำความสะอาดร่างกายอยู่เสมอเท่านี้คุก็จะกลายเป็นคนสุขภาพดีที่มีแต่คนอิจฉาแล้ว

วิวัฒนาการรองเท้าสำหรับนักกีฬาฟุตบอล

By admin

รองเท้าสำหรับนักกีฬาฟุตบอลในช่วงยุคต้นที่ถูกบันทึกไว้ในสมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่8
รองเท้าสำหรับกีฬาฟุตบอลของพระเจ้าเฮนรี่ที่8ถูกลงรายการภายในตู้เสื้อผ้าขนาดมหึมาของปี1526ซึ่งเป็นหนึ่งรายการช้อปปิ้งในวันหนึ่ง รองเท้าถูกผลิตโดยช่างทำรองเท้าส่วนพระองค์นามว่าจอห์นสัน (Cornelius Johnson) ซึ่งมีราคาเทียบเท่า£100 ในราคาสมัยนี้

ในปี1800
การพัฒนาด้านรองเท้านักเตะได้ก้าวหน้ามากว่า300ปีแล้วและเป็นที่นิยมชื่นชอบทั่วทั้งประเทศอังกฤษแต่ยังคงเสมือนงานอดิเรกซึ่งไม่เป็นทางการและไม่เป็นแบบแผน ผู้เล่นจะสวมรองเท้าหุ้มข้อเท้าที่เป็นงานหนังและแข็งซึ่งเป็นรองเท้าผูกเชือกและมีเหล็กครอบหัวแม่เท้าในฐานะรองเท้าสำหรับเล่นในสนามแข่งขันเป็นครั้งแรก รองเท้าเหล่านี้จะมีปุ่มเหล็กและตะขอเกี่ยวที่ถูกตอกไว้ในรองเท้าเพื่อเพิ่มการยึดเกาะพื้นดินและคงความทรงตัว
ตามกฏหมายได้กลายมาเป็นการผสานเข้ากันของเกมส์กีฬาในปี80 ดังนั้นจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกที่เปลี่ยนแปลงไปสู่รองเท้าในรูปแบบที่ผู้เล่นของทีมเดียวกันจะเริ่มใส่รองเท้าเหมือนกันเป็นครั้งแรกที่เล่นในสนาม กฏหมายอนุญาตสำหรับปุ่มสตั๊ดหรือหมุดใต้พื้นรองเท้าแต่ต้องทำให้มีความมน ไม่มีมีคมสร้างความอันตราย รองเท้าเหล่านี้หนัก500 กรัมและทำจากหนังหนาที่สร้างในลักษณะหุ้มข้อเท้าเพื่อความปกป้องที่เพิ่มขึ้นอีกระดับ รองเท้าสำหรับนักเตะจะมีน้ำหนักเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อเปียกและมีหกปุ่มสตั๊ดใต้พื้นรองเท้า

ในปี1900-ปี1940
รูปแบบของรองเท้ายังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยตลอดปี1900 จนถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เหตุการณ์สำคัญที่สุดในโลกของรองเท้าสำหรับใช้ในสนามแข่งขันในส่วนแรกของศตวรรษที่20นั้นเป็นการพัฒนาของผู้ผลิตรองเท้าฟหลายเจ้าผู้ซึ่งยังคงทำรองเท้าจนทุกวันนี้ รวมถึงGola (1905), Valsport (1920) และ Hummel (1923) ผู้ผลิตรองเท้าชาวเดนมาร์ก. อีกด้านหนึ่งในประเทศเยอรมันอดอล์ฟและรูดอล์ฟ (Adolf and Rudolf) ได้ก่อตั้งธุกิจชื่อ Gebrüder Dassler Schuhfabrik (เป็นโรงงานผลิตรองเท้า) ในเมืองเฮอโซเจโนรอช (Herzogenaurach) ปี1924 และเริ่มผลิตรองเท้าสำหรับนักเตะในปี1925

ในปี1940-ปี1960
รูปแบบของรองเท้าเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองราวกับการเดินทางของอากาศซึ่งรวดเร็วนักได้กลายมามีราคาถูกขึ้นและมีความเป็นสากลมากขึ้น รองเท้านี้ดูเหมือนจะเบาขึ้น และยืดหยุ่นขึ้นโดยได้รับการสวมใส่จากชาวอเมริกาใต้ที่ผลักดันให้รองเท้าเหล่านี้สู่เวทีโลก การผลิตรองเท้าได้ผลิตเพื่อให้มีน้ำหนักเบาเป็นผลต่อการเตะลูกฟุตบอลและควบคุมทิศทางบอลมากกว่าที่จะเป็นแค่ชิ้นส่วนปกป้องหุ้มเท้าอย่างง่ายๆ
ในปี1948 การก่อร่างสร้างบริษัทอาดิดาส(Adidas company)โดยAdolf (Adi) Dassler ภายหลังการร่วมมือกับพี่ชายเขาที่จะสร้างสิ่งสำคัญพื้นฐานของผู้ผลิตรองเท้าในการแข่งขันกันสำหรับหลายปีก่อนหน้านี้จนถึงปัจจุบัน รูดอล์ฟได้เริ่มต้นด้วยบริษัทพูม่า(Puma company)ในปี1948 ซึ่งเป็นการผลิตรองเท้ายี่ห้อพูม่า อะตอมอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้นำไปสู่ปุ่มสตั๊ดซึ่งสลับกันได้ที่ทำจากพลาสติกหรือยางเป็นครั้งแรกจนพูม่า(Puma)ได้รับการล่ำลือในต้นปี 1950 แต่ชื่อเสียงได้ถูกกล่าวอ้างโดยอาดิดาส(Adidas) โดยรองเท้าสำหรับผู้เล่นในช่วงเวลาตลอดมายังคงหุ้มข้อเท้าแต่ตอนนี้กำลังจะเป็นการผลิตจากส่วนผสมวัสดุสังเคราะห์และหนังที่ผลิตให้เรือนรองเท้ามีน้ำหนักเบาสำหรับผู้เล่นที่จะแสดงทักษะการเตะของพวกเขาด้วยรองเท้าที่มีนวัตกรรมล้ำหน้านี้

ในปี1960
วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของยุคปี60ได้นำการเปลี่ยนแปลงมาชั่วขณะในด้านการดีไซน์ซึ่งเห็นการดีไซน์ที่ตัดต่ำลงจากข้อเท้าซึ่งถูกแนะนำเป็นครั้งแรกในประวัติวงการผลิตรองเท้าสำหรับนักเตะ ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นักเตะเคลื่อนที่คล่องตัวด้วยความรวดเร็วขึ้นและดูตัวอย่างได้จากเปเล่(Pele) ที่สวมรองเท้านี้ในการแข่งขันเวิร์ล คัพ รอบสุดท้ายเมื่อปี1962 แม้ว่าอาดิดาสจะเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในฐานะผู้นำทางการตลาด แต่ความนิยมยังมีมาถึงปัจจุบันนี้ ในการแข่งขันเวิร์ล คัพ รอบสุดท้ายเมื่อปี1966 นั้นเป็นที่น่าประหลาดใจว่านักเตะจำนวน 75% สวมรองเท้าฟุตบอลของอาดิดาส เมื่อปี1966 จะเห็นผู้ผลิตรองเท้าหลายรายเข้าร่วมกันทางการตลาดกับการเป็นเจ้าของแบรนด์และรูปแบบที่รวมถึง Mitre (1960), Joma (1965) and Asics (1964) ด้วย

ในปี1970
ในยุค70 เริ่มด้วยรอบสุดท้ายของการแข่งขันเวิร์ล คัพในปี 1970 ที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ซึ่งเห็นได้จากทีมชาติบราซิลที่เป็นทีมชนะเลิศได้ยกถ้วยรางวัลจากเปเล่อีกครั้งในฐานะผู้นำทัพ ครั้งนี้เป็นการสวมรองเท้าคิงพูม่า(Puma King football boot) ระยะเวลากว่าทศวรรษจะได้รับการจดจำสำหรับหนทางของผู้เป็นสปอนเซอร์ซึ่งผู้เล่นได้สวมใส่เพียงแค่ยี่ห้อเดียว ในแง่ของการดีไซน์และรูปแบบที่มีการรุดหน้าทางเทคโนโลยีได้ผลิตรองเท้าน้ำหนักเบาและมีสีหลากหลาย รวมถึงนี่เป็นครั้งแรกที่เป็นสีขาวล้วนทั้งเรือนรองเท้า
ในปี1979 อาดิดาสได้ผลิตรองเท้าที่ขายดีที่สุดในโลกรุ่นโคปา มันดิอัล (Copa Mundial) ที่สร้างจากหนังจิงโจ้และสร้างให้มีความเร็วรวมถึงความสามารถหลายด้าน ถึงแม้ว่าอาดิดาสยังคงมีอำนาจเหมือนเดิม ผู้ผลิตรองเท้าหลายรายก็ได้เข้าร่วมกลุ่มรวมถึงผู้ผลิตรองเท้าชาวอิตาลีชื่อไดอาดอร่า Diadora (1977)

ในปี1980
วิวัฒนาการที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเวลานี้ในการออกแบบและเทคโนโลยีของรองเท้าสำหรับนักเตะได้ถูกพัฒนาในยุคปี80 โดย Craig Johnston ผู้ผลิตรองเท้ารุ่นนักล่าหรือพรีเดเตอร์( Predator) ซึ่งในที่สุดได้ปล่อยออกวางตลาดโดยอาดิดาสในปี1990 จอห์นสัน(Johnston )ได้ออกแบบรองเท้าสำหรับนักเตะรุ่นนักล่าหรือพรีเดเตอร์( Predator) เพื่อให้แรงเหนี่ยวพื้นที่เยี่ยมกว่าระหว่างรองเท้ากับลูกฟุตบอล และระหว่างรองเท้ากับพื้น การออกแบบเช่นนี้ทำให้พื้นผิวสัมผัสที่เยี่ยมกว่าที่จะมาชนกับลูกบอลเมื่อมีการเตะด้วยรองเท้านี้ ด้วยรุ่นที่ทรงพลังและมีโซนในการหักเหทิศทางภายในพื้นที่รองเท้าได้อนุญาตให้นักเตะสามารถสร้างพลังล้ำเลิศและเปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลันได้เมื่อมีการเตะในจุดที่น่าพอใจ ในยุค80 เห็นรองเท้าแบบนี้ได้เช่นกันเป็นครั้งแรกที่ผลิตจากอัมโบรบริษัทชาวอังกฤษ (English company Umbro (1985) บริษัทลอตโต้ของอิตาลี( Italy’s Lotto ) และบริษัทแคลม์ของสเปน(Spain’s Kelme (1982).

ในปี1990
ในปี1990 จะเห็นได้ว่าอาดิดาส(Adidas) ได้ออกวางจำหน่ายรองเท้ารุ่นพรีเดเตอร์หรือรุ่นนักล่าที่ถูกออกแบบโดยเครก จอห์นสัน (Craig Johnston) ด้วยการออกแบบรองเท้าที่เป็นเชิงการปฏิวัติวงการผลิตรองเท้า โดยรูปแบบและเทคโนโลยีที่ทำให้ความสำเร็จอยู่ยั่งยืน รองเท้ารุ่นนี้เป็นการใช้วัสดุและเทคโนโลยีพอลิเมอร์สำหรับการยืดหยุ่นและปุ่มสตั๊ดทั่วไปที่ถูกแทนที่โดยสิ่งคุ้มกันที่ออกแบบคล้ายใบมีดซึ่งจะให้รากฐานมั่นคงสำหรับผู้เล่น ในปี1995 อาดิดาสได้ปล่อยวางตลาดเทคโนโลยีชั้นนอกสุดของรองเท้าที่มีลักษณะคล้ายใบมีดซึ่งมีรูปลักษณ์เรียวลงในปีเดียวกัน ในยุคปี90 จะเห็นได้ว่าผู้ผลิตรองเท้าสำหรับนักเตะชื่อไมซูโน้ (Mizuno ) ได้ปล่อยกระแสไมซูโน้มาในปี1997 รองเท้าฟุตบอลใหม่ๆก็มาจากรีบ๊อค(Reebok)และอัห์ลสปอร์ต( Uhlsport) กับบริษัทอื่นได้รวมตัวกันทางการตลาดที่เกี่ยวกับการแข่งขันและที่มีกำไรงามสูงกว่าเท่าที่เคยมีมา ในยุคปี90มีความสำคัญทางนัยมากที่สุด เห็นได้จากสินค้าที่เข้ามาใหม่ของไนกี้( Nike) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้สร้างผลกระทบโดยทันทีทันใดกับรองเท้านักเตะรุ่นไนกี้ เมอคิวเรียล( Nike Mercurial soccer boot ) ดดยมีน้ำหนักที่แค่200 กรัมเท่านั้น

ในศตวรรษที่20 เป็นต้นมา
จากเทคโนโลยีล้ำหน้ายังเข้ามาเพิ่มเติมนั้นการประยุกต์ใช้ของการศึกษาค้นคว้าใหม่ๆและพัฒนาการถูกมองว่าในหลายปีที่ผ่านมาในระยะเวลาหนึ่งพันปีได้ทำให้ทำให้เหมาะสมมากขึ้นกับปัจจุบันและสิ่งนี้ได้นำไปสู่การสนับสนุนทางสถานะการตลาดของผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้ายักษ์ใหญ่สามรายนั่นคือพูม่า ไนกี้และอาดิดาส (การรวมกลุ่มรีบ็อคตั้งแต่ปี2006) โชคดีที่ยังมีโอกาสเหลือในพื้นที่ทางการตลาดสำหรับผู้ผลิตที่รายเล็กกว่าซึ่งไม่มีข้อตกลงการการลงนามรับรองด้วยเงินจำนวนมาก อย่างเช่นบริษัทไมซูโน้(Mizuno), บริษัทไดอาโดร่า(Diadora),บริษัทลอตโต้(Lotto),บริษัทฮัมเมล(Hummel) และบริษัทนอมิส (Nomis)
วิวัฒนาการเร็วๆ นี้เมื่อปี2000 ได้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยีควบคุมความเปียกชื้นของนอมิสได้ผลิตรองเท้าที่เหนียวโดยรุ่นชื่อ Craig Johnston Pig Boot ส่วนเทคโนโลยีความคมจากบริษัทแคลม์(Kelme)และการออกแบบพิเศษของรองเท้ารุ่นLotto Zhero Gravity laceless football boots โดยทั้งหมดนี้ทำเกิดความสำเร็จที่แข็งแรงซึ่งกลุ่มผู้ผลิตรายเล็กเหล่านี้สามารถบรรลุผลโดยการผลิตรองเท้าฟุตบอลที่ล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่เป็นแบบพิเศษเฉพาะซึ่งทำให้มีการแบ่งแยกที่แตกต่างชัดเจนจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเป็นปริมาณมากของสามบริษัทยักษ์ใหญ่
รองเท้าสำหรับนักกีฬาชนิดนี้ที่โปรดปรานเป็นที่ยอมรับกันรวมรุ่นF50ของอาดิดาส (Adidas’ F50), รุ่นแมคคิวเรียล วาเปอร์3 ของไนกี้(Nike’s Mercurial Vapor III), รุ่นเอ็กซ์บูธของอัมโบร(Umbro X Boots)และรุ่นโปร เรจของรีบ็อค(Reebok Pro Rage)
ในอนาคต
จากการถกเถียงที่เดือดดาลด้วยความหวังดีของความขาดแคลนการปกป้องที่ได้ให้รองเท้าฟุตบอลที่มีความทันสมัยและการสะท้อนกลับในแง่ความบาดเจ็บของผู้เล่น ดูเหมือนจะมีข้อแนะนำเล็กๆที่บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่กำลังจะยกเลิกการสำรวจสำหรับรองเท้าของนักเตะที่เบาที่สุด การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของความร่วมมือของสปอนเซอร์ด้านการเงินจำนวนมากกล่าวคือไนกี้มีโรนัลดินห์โย่(Ronaldinho), อาดิดาสมีเดวิด เบคแฮม( David Beckham) และรีบ็อคมีเธียรี่ อองรี (Thierry Henry) ซึ่งได้กลายมาเป็นปัจจัยใหญ่ที่ขับเคลื่อนความสำเร็จและยอดขายของผู้ผลิตรองเท้า แต่ถูกพิจารณาวในฐานะต้นทุนของความเสียหายและความซบเซาในการวิจัยและพัฒนาด้านรองเท้าสำหรับกีฬาชนิดนี้
ทั้งหมดนี้พวกเราสามารถ ทำนายสำหรับอนาคตจะเป็นการรวมเข้าด้วยกันของเทคโนโลยีตัวเซ็นเซอร์ รองเท้าที่มีน้ำหนักเบายิ่งขึ้นและทรงพลังมากขึ้นอีก รวมถึงการดีไซน์และรูปแบบที่แปลกตา ความเป็นมาของรองเท้าสำหรับนักเตะนี้ได้มีการเดินทางมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ได้เคยโพสต์ท่าใส่รองเท้าฟุตบอลในสนามเมื่อปี1500 ในประเทศอังกฤษ โดยรองเท้านักเตะนั้นมีจุดเริ่มจากการเป็นที่หุ้มปกป้องเท้ามาจนทุกวันนี้ได้เปลี่ยนไปเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบขั้นสูงและใช้เทคโนโลยีในการตัดซึ่งเป็นส่วนสำคัญจำเป็นสำหรับชีวิตมากในการเป็นอุปกรณ์ของนักเตะ